วิวัฒนาการของการถ่ายรูปในสมัยก่อนจนถึงยุคปัจจุบัน

9

พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพได้แสดงวิวัฒนาการการบันทึกภาพ เป็นลำดับดังนี้ตั้งแต่สมัย 4000 กว่าปีก่อน สมัยอริสโตเติล มีการค้นพบปรากฏการณ์แสงผ่านรูเข็มในห้องมืด ปรากฏภาพหัวกลับบนฝาผนัง และค้นพบหลักฐานที่มนุษย์วาดภาพจากผนังลงบนแผ่นหนังสัตว์บันทึกไว้ ภาพที่ได้ไม่ชัดเจนยุคอิตาลีมีความรุ่งเรืองทางด้านศิลปะ มีการประดิษฐ์กล้องออบสคิวรา ภาพจากกล้องต้องใช้จิตรกรสเก็ตช์และวาดไว้ ภาพที่ได้ยังขาดความคมชัด และโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส ใช้แผ่นทองแดงฉาบเงินเป็นแผ่นรับแสง  ใช้เวลาเปิดชัตเตอร์นาน 30 นาทีในเวลาไล่เลี่ยกัน Talbot ชาวอังกฤษได้ค้นพบกระดาษไวแสงรับภาพ ได้ภาพออกมาเป็นทั้งแบบ negative และแบบ Postive ใช้เวลารับแสง 15นาที

ต่อมา Ferderick Scott Archer ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์แผ่นรับภาพเป็นแผ่นกระจกเปียกซึ่งใช้เวลาในการรับแสง 5- 30 วินาที ทำให้การสร้างภาพเร็วขึ้นเป็นลำดับในเวลาต่อมาได้มีการพัฒนาแผ่นกระจกแห้ง เป็นแผ่นรับแสงและมีความเร็วในการรับแสงมากขึ้น ทั้งยังสามารถปรับขนาดของแผ่นกระจกแห้งได้ ทำให้เกิดการพัฒนากล้องถ่ายภาพที่มีขนาดต่างๆ กัน ต่อมาสหรัฐอเมริกาได้มีการคิดค้นแผ่นฟิล์มไวแสงแบบม้วนขึ้นและได้ประดิษฐ์กล้องใช้ฟิล์มตัวแรก คือ Kodak ต่อมาเยอรมันได้ผลิตกล้องชื่อ ไลก้า  ซึ่งถือว่าเป็นกล้องที่ดีที่สุดในโลก เป็นกล้องใช้ Film ที่มีเลนส์ทำมาจากแร่ควอทซ์

ต่อมาญี่ปุ่นได้ผลิตกล้อง Nikon Fuji  Konica อีกหลายรูปแบบ หลายประเทศในยุโรปได้มีการผลิตกล้องต่างๆ มากมาย เช่น กล้อง Photo snaiper มีตัวบังคับให้มั่นคงขึ้น กล้องสงครามมีเหล็กหุ้ม กล้องโพลาลอยด์ ซึ่งถ่ายและอัดรูปออกมาได้เลย กล้อง Single use camera ใช้ครั้งเดียวทิ้งทำด้วยกระดาษ กล้อง Panorama ถ่ายภาพแนวกว้าง กล้องถ่ายแผนที่ทางอากาศ กล้อง 3 มิติ จนกระทั่งในศตวรรษที่ 20 ได้มีการคิดค้นกล้องระบบดิจิทัล โดยมีอิมเมจเซ็นเซอร์ในการสร้างและบันทึกภาพแทนฟิล์มซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในเวลานี้ ในสมัยรัชกาลที่ 6 และสมัยต่อ ๆ มา ร้านถ่ายรูปหลายร้านจึงนิยมเอาคำว่าฉายาใส่ไปในชื่อร้านด้วย เช่น ฉายานรสิงห์ฉายาอรุณลักษณ์ ฉายาสงขลา ฉายาจิตรกร เป็นต้น

วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพจากอดีตสู่ปัจจุบัน

17

วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพเริ่มจากมีผู้สังเกตุเห็นภาพเหมือนในลักษณะกลับ หัวบนผนังภายในห้องที่ทึบและอับแสง ภาพดังกล่าวเกิดจากแสงของภาพวิวภายนอกลอดผ่านรูเล็กๆ ที่ผนังห้องไปก่อเกิดภาพเหมือนบนผนังอีกด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้อง ต่อมาได้มีการนำหลักการดังกล่าวมาประดิษฐ์เป็นกล้องออบสคิวรา (Camera Obscura) คำว่า “camera” มีความหมายว่า “ห้อง” ส่วน “Obscura” มีความหมายว่า “ความมืด” ในปีค.ศ.1558 นาย Giovanni Battista della Porta ได้เขียนบทความแนะนำให้ใช้กล้องออบสคิวรา เป็นเครื่องมือในการวาดภาพ Johannes Zahn ท่านได้ออกแบบกล้องออบสคิวราแบบพกพาไว้หลายแบบ และยังมีการใช้กระจกติดไว้ด้านหลังของกล้องสะท้อนแสงขึ้นไปปรากฏภาพที่ด้าน บนของกล้อง ทำให้ภาพที่ได้ไม่กลับหัวอีกต่อไป ประจวบกับในช่วงคริสตวรรษที่ 16 ได้มีการประดิษฐ์กล้องส่องทางไกล จึงมีการนำเลนส์มาใส่ที่ช่องรับแสงแทนรูเข็มทำให้ได้ภาพที่สว่างและคมชัด ขึ้น

ในปีค.ศ. 1814 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Nicéphore Niépce ได้ทดลองนำสาร silver chloride เคลือบลงบนกระดาษมารับภาพในกล้องออบสคิวรา โดยเปิดรับแสงอยู่นานถึง 8 ชั่วโมง กระดาษดังกล่าวมีภาพปรากฏขึ้นแต่สามารถอยู่ได้สักพักแล้วก็จางหายไป แม้กระนั้นก็ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพในปีค.ศ. 1837 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Louis Jacques Mandé Daguerre ผู้เป็นหุ้นส่วนกับนาย Niépce ได้ทำการพัฒนาวิธีการสร้างภาพต่อจากนาย Niépce เขาสามารถทำการบันทึกภาพให้อยู่คงทนได้สำเร็จอีกทั้งใช้เวลาในการรับแสงน้อย กว่า 30 นาที วิธีการของนาย Daguerre เรียกว่า Daguerreotype ในปีค.ศ. 1841 นาย William Henry Talbot ได้พัฒนาระบบที่ชื่อ Calotype โดยสร้างภาพจากการบันทึกให้เป็นภาพกลับสี จากนั้นนำภาพที่ได้มาทำการสำเนาได้เป็นภาพสีเหมือน ซึ่งวิธีการนี้สามารถทำสำเนาจากภาพต้นฉบับได้หลาย ๆ ชุด ทั้งนาย Daguerre และนาย Talbot ต่างก็ใช้กล้องออบสคิวราแบบติดเลนส์ด้านหน้าซึ่งสามารถเลื่อนปรับระยะได้ เพื่อหาระยะชัดของภาพ ส่วนแผ่นรับภาพจะติดไว้ด้านหลังที่ช่องมองภาพ

Iphone เจ้าของนวัตกรรมใหม่ของโลกถ่ายภาพ

เมื่อหลายปีก่อนใครจะคาดคิดว่า โทรศัพท์มือถือที่เริ่มมีกล้องตัวเล็ก ๆ ติดมาด้วยจะมีวิวัฒนาการมาได้ไกลถึงกับเป็นแนวทางการถ่ายภาพอย่างจริงจังแบบหนึ่งที่นิยมกันอย่างแพร่หลายได้ แม้โทรศัพท์มือถือทุกวันนี้จะมีหลายหลายยี่ห้อ ซึ่งล้วนสามารถถ่ายรูปได้ มีลูกเล่นมากมาย แต่เมื่อพูดถึงโทรศัพท์มือถือที่มีอนุภาพในการถ่ายภาพที่ดีเยี่ยมแล้วละก็ คงไม่พ้นเจ้า Iphone ที่เป็นผลงานของเจ้าแห่งเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ของค่าย Apple

ต้องยอมรับโดยสดุดีเลยว่า Iphone เป็นโทรศัพท์มือถือที่ถูกสร้างมาอย่างดีนับตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกจนลึกถึงภายในที่สามารถใช้สิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า แอพลิแคชั่น ได้มากมายจนคุณคงใช้ได้ไม่หมดไม่สิ้น แต่ในคอลัมพ์ InFocus เราจะขอพูดถึง Iphone กับสุดยอดในการสร้างสรรค์ภาพถ่าย ความสามารถในการสร้างสรรค์การถ่ายภาพของ iphone เป็นเหมือนโลกใบใหม่ของการถ่ายภาพที่น่าหลงใหล ผมใช้คำว่า สร้างสรรค์ เพราะต้องการเน้นให้ชัดว่า iphone ไม่ได้ให้คุณเข้าใจไปในทิศทางที่ว่า เจ้าโทรศัพท์นี้จะมาแทนกล้องถ่ายรูปชั้นนำต่าง ๆ เลย เพราะการถ่ายรูปในสตูดิโอหรือการถ่ายภาพด้านต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินกันต่อไปในแนวทางที่มันเป็น แต่ iphone ได้สร้างสรรค์การถ่ายรูปแบบใหม่ ๆ ที่สะดวกรวดเร็วทันใจ และมีลูกเล่นมากมายที่สามารถเรียนรู้และสนุกกับการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ไม่มีสิ้นสุดด้วยโทรศัพท์มือถืออันเล็ก ๆ อยู่ในฝ่ามืออย่าง iphone ได้

ในสมัยก่อน การจะได้รูปถ่ายในลักษณะใด ๆ คงต้องพึ่งพาอุปกรณ์ถ่ายภาพนั้น ๆ ซึ่งจุกจิกและวุ่นวาย และหมดค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย สมมุติคุณอยากจะได้รูปถ่ายภาพสี คุณต้องใช้ฟิล์มสี อยากได้ภาพขาวดำก็ต้องถ่ายโดยใช้ฟิล์มขาวดำ อยากได้ภาพแบบกล้องโพลารอยด์ที่ถ่ายปุ๊ปเป็นภาพออกมาปั๊ปก็ต้องไปหาซื้อกล้องโพลารอยด์และต้องจ่ายค่าฟิล์มที่ราคาต่อภาพแล้วไม่น้อยเลย หรืออยากได้ภาพแปลก ๆ สีสันจัดจ้านก็อาจซื้อกล้อง Lomo มาลองถ่ายเล่น หรือแม้แต่อยากได้รูปจากกล้องด้วยเลนส์ต่าง ๆ หรือแม้แต่อยากได้ภาพสไตล์ฟิล์มแบบใดก็ต้องเลือกให้ถูกกับความต้องการ แต่ปัจจุบัน เพียงคุณมี Iphone คุณก็สามารถสร้างสรรค์งานเหล่านี้ได้แค่มือถือเครื่องเดียวในมือคุณเท่านั้นจริง ๆ กล้อง Iphone รุ่นล่าสุดที่ถ่ายได้ละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซลซึ่งก็พอเพียงถ้าจะปริ้นท์ออกมาดูเล่นหรือใส่กรอบเก็บไว้บนฝาผนังบ้าน และความสามารถมากมายที่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะถ่ายออกมาแบบไหน แอพลิเคชั่นสำหรับ Iphone มีมากมายให้เลือกใช้

การถ่ายภาพด้วย Iphone อยากสรุปให้มองเห็นวิธีการทำงานได้ใน สองแนวทาง นั่นคือ คุณเลือก App ให้เหมาะกับภาพที่คุณต้องการก่อนถ่าย เหมือนคุณเลือกกล้องเลือกเลนส์หรือเลือกอุปกรณ์ก่อนถ่ายเพื่อให้ได้ภาพแบบที่คุณต้องการ แล้วหลังจากคุณถ่ายแล้วคุณจะได้ภาพอย่างที่คุณต้องการนั้นเลย ง่ายดีใหมละครับ? ต้องบอกเลยว่า ง่ายมาก ๆ และอีกแนวทางหนึ่งที่บางทีคุณถ่ายรูปเสร็จอยากจะปรับแต่งภายหลังคุณก็มี App ที่คุณสามารถปรับภาพเป็นแบบที่คุณต้องการได้อย่างเช่น ภาพสีที่คุณได้อยากได้เป็นขาวดำคุณก็ปรับได้ง่าย ๆ หรือภาพมืดหรือสว่างไปก็ปรับค่าได้หมดด้วย App ต่างๆ ที่จะเลือกใช้

อียิปต์ มีแหล่งโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

อียิปต์ (Egypt‎) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือ ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดอิสราเอล ทิศตะวันออกติดทะเลแดง ทิศใต้ติดซูดานและทิศตะวันตกติดลิเบีย โดยมีกรุงไคโร (Cairo) เป็นเมืองหลวงของประเทศ ประเทศอียิปต์มีชื่อเสียงในด้านอารยธรรมโบราณ รวมถึงอนุสาวรีย์โบราณที่น่าตื่นตาที่สุดในโลก ได้แก่ พีระมิด อารามคาร์นัค และหุบเขากษัตริย์ ในปัจจุบันอียิปต์ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของโลกอาหรับ

อียิปต์ปัจจุบันใช้นโยบายเศรษฐกิจการตลาดให้มีการค้าเสรี การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รายได้หลักของอียิปต์มาจากการผลิตน้ำมัน จากการท่องเที่ยว และจากค่าผ่านคลองสุเอซ รวมทั้งจากแรงงานอียิปต์ในต่างประเทศ ประมาณ 5 ล้านคน ส่วนใหญ่ทำงานในตะวันออกกลางในประเทศซาอุดีอาระเบียละในประเทศลิเบีย สำหรับการกินอาหารของคนในตะวันออกกลางจะมีความแตกต่างมากกับคนในเอเชียเราและอาหารหลักของทุกชนชั้นของคนอียิปต์นั้น คือ ขนมปัง หัวหอม พวกผักต่างๆ แล้วก็ปลาแห้ง นอกจากนี้คนอียิปต์จะมีน้ำเชื่อมซึ่ง ทำจากผลไม้ อาทิเช่นพวก องุ่น เพื่อให้ได้รสหวานและจะกินกับขนปังซึ่งจะใช้ขนมปังจิ้มกับน้ำเชื่อม และนอกจากนั้น ยังมีการใช้ในน้ำผึ้ง เกลือ กระเทียม หัวหอม ในการปรุงรสให้อร่อยด้วย และนอกจากขนมปังแล้วเขาจะกินโยเกิตย์พร้อมๆกับเมนูอาหารหลักอีกด้วยส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์นี้ก็มี สัตว์ที่นิยมรับประทานก็คือพวก เนื้อแกะ แพะ และเนื้อวัว

มีแหล่งท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นอกจากจะชมโบราณสถานตามริมแม่น้ำไนล์ ตลาดเก่าในกรุงไคโรแล้วยังเดินทางไปเที่ยวชมภูเขาในคาบสมุทรซีไนและชายหาดริมทะเลแดงด้วย สำหรับไคโรก็เยี่ยมชมปิรามิดและสฟิงคส์ที่กีซา และปิรามิดขั้นบันไดที่ซักการา และยังชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆเพื่อศึกษาอิยิปต์โบราณ สำหรับการล่องเรือชมโบราณสถานริมฝั่งแม่น้ำไนล์ เมืองลุกซอร์ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศห่างจากกรุงไคโร 1 ชั่วโมง ด้วยเครื่องบิน เป็นเมืองที่มีวิหารและหุบผากษัตริย์ที่จารึกประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ เมืองอัสวาน เป็นเมืองที่แม่น้ำไนล์สวยงามที่สุด จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถบินต่อไปยังอาบูซิมเบลที่อยู่ทางใต้สุดของอียิปต์เพื่อชมวิหารที่มีรูปปั้นขนาดมหึมาที่สง่าและอร่ามตาปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถไปชมแหล่งน้ำที่อยู่กระจัดกระจายในทะเลทรายหลายแห่งด้วย

เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพได้ พัฒนาก้าวไกลไปมาก

ความสำคัญของภาพถ่าย เพราะภาพถ่ายเป็นภาษาสากลประกอบกับปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพได้ พัฒนาก้าวไกลไปมาก การถ่ายภาพจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ภาพถ่ายจึงเข้ามามีบทบาทอย่าง สำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์ นับแต่ตื่นนอนจนเข้านอนอีกครั้ง ทั้งยังมีอิทธิพลต่อการดำรง ชีวิต ต่อแนวคิด สร้างประชามติให้เกิดขึ้นในสังคม เฉพาะอย่างยิ่งการเป็นตัวชี้นำให้คนมีความเห็น ไปในทิศทางเดียวกันกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อผู้พบเห็นแล้ว เกิดความรู้สึกหรือ อารมณ์ร่วมได้ การถ่ายภาพจึงมีประโยชน์อย่างมหาศาลกับสังคมโลกปัจจุบัน ซึ่งอาจจะสรุปอย่าง กว้าง ๆ ได้ดังนี้

1. เป็นสื่อในการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง ตามความหมายนี้หมายถึงเฉพาะการ ใช้ภาพถ่ายในการสื่อความหมายเพื่อบอกหรืออธิบายเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเป็นไป ตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น อาจเป็นภาพในหน้าหนังสือพิมพ์ วารสาร ที่เสนอข่าว หรือเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ดูได้เข้าใจ รวมไปถึงภาพในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ภาพวัสดุอุปกรณ์ กลไกต่าง ๆ ที่ ต้องการสื่อให้เห็นรูปร่าง ลักษณะที่ถูกต้อง หรือแม้แต่ภาพที่ใช้ในวงการศึกษา ที่มีจุดมุ่งหมายใหญ่เพื่อ ให้ผู้ดูรู้และเข้าใจเพิ่มมากขึ้นกว่าการอ่าน เช่น ภาพขั้นตอนการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่สลับซับซ้อน ภาพถ่าย X-ray ที่ใช้ในวงการแพทย์ หรือภาพถ่ายที่ใช้การตัดสินเกมกีฬาที่ไม่สามารถตัดสินผลได้ด้วย ตาเปล่า อาจเนื่องจากเข้าเส้นชัยพร้อมกันหรือสูสีกันมาก
2. เป็นการบันทึกข้อมูลเรื่องราว เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นการถ่ายทอด ข้อมูล ซึ่งบางครั้งอาจจัดเก็บในลักษณะของไมโครฟิล์ม ภาพถ่ายในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการ สืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม และการดำรงชีวิตของคนในสังคมและเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นเรื่องราว ต่างๆ ในวงการศึกษา เช่นภาพวัด ปราสาท ราชวัง สถานที่ บุคคลสำคัญ เหตุการณ์สำคัญ หนังสือต่างๆ เรามักพบเห็นภาพถ่ายในลักษณะนี้จากนิทรรศการภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์
3. เป็นการสื่อความหมายในแง่ของความบันเทิง ภาพถ่ายประเภทนี้เป็นภาพที่แสดง ความสวยงาม เช่นภาพดอกไม้ วิวทิวทัศน์ สถานที่ ภาพบันทึกการท่องเที่ยว ภาพถ่ายครอบครัว เรื่องราว ที่สนุกสนานพึงพอใจ ปัจจุบันมีการใช้ภาพเป็นสื่อเพื่อความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งวารสาร นิตยสารหนังสือพิมพ์ โปสเตอร์เชิญชวน สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ แม้กระทั่งการพิมพ์ภาพถ่ายลง ในบรรจุภัณฑ์ ต่าง ๆ รวมไปถึง วีดิโอ ที่ดูจากโทรทัศน์เป็นประจำและภาพยนตร์ทั่วไปล้วนแต่เป็นรูปแบบของการใช้ภาพ ในการสื่อความหมายโดยเฉพาะในแง่ของความบันเทิง
4. เป็นการสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดของบุคคล ภาพถ่ายในลักษณะนี้เป็นภาพศิลป์ ที่มีคุณค่า ซึ่งช่างภาพผู้ถ่ายพยายามที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตนเองให้ผู้ดูภาพเกิดอารมณ์และ ความรู้สึกคล้อยตามที่ช่างภาพต้องการ ผู้ถ่ายภาพจะพยายามหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะการให้ ข้อมูลจริง หากมุมมองภาพที่เป็นจริงดูไม่สวยงามไม่สื่อความรู้สึกทางอารมณ์ที่ต้องการ ช่างภาพจะ พยายามเลือกมุมอื่น หรือรอจังหวะเวลาให้ได้ภาพที่ต้องการ การถ่ายภาพประเภทนี้ ผู้ถ่ายจะต้องเป็น ผู้ที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความพยายามอย่างมาก
5. เป็นการสื่อแห่งการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ จากเทคโนโลยี ด้านการถ่ายภาพที่พัฒนาขึ้นมาก ทำให้ภาพถ่ายได้เข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญในการค้นคว้าวิจัยในทาง วิทยาศาสตร์ ภาพพืชและสัตว์เล็ก ๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ภาพชิ้นส่วนในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาด เล็กมากๆ ปัจจุบันสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้นได้หลายพันเท่าเพื่อให้มนุษย์ได้ศึกษาค้นคว้าหาต้นเหตุ ความ เป็นมาของการเกิดโรคต่างๆ การบำบัดรักษา ช่วยให้มนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้น รวมไปถึงเทคโนโลยีกลไก คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ มีความสะดวกต่อการนำไปใช้มากขึ้น

←Older