การทำงานเป็นช่างภาพนิ่งหนังสือพิมพ์กับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

15

ทุกคนก็อยากได้อุปกรณ์ดีๆ เราจะได้ทำภาพดีๆ แต่ฐานเงินเดือนของเรามันยังน้อยมันก็ต้องหาจ็อบหาอย่างอื่นทำ ถ้าเงินดีเราก็จะทำงานอย่างเดียวสร้างงานอย่างเดียว อย่างสำนักข่าวต่างประเทศค่าตอบแทนสูงชีวิตก็ถ่ายแต่รูปอย่างเดียว เขาก็สร้างสรรค์งานดีๆ ออกมาได้ต่างกับช่างภาพไทย ที่เป็นงานที่ถูกที่สุดยามบุคคลสำคัญปรากฏตัว ไม่ว่านายกรัฐมนตรีหรือฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน น้ำท่วมใหญ่หรือภัยพิบัติถล่ม หรือยามมีเหตุการณ์สำคัญๆ อย่างม็อบชนม็อบ หรือการเดินขบวนขับไล่รัฐบาล

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวสามารถถอยไปตั้งหลักในพื้นที่ปลอดภัย แล้วรายงานที่สิ่งที่พบเห็นได้จากระยะไกล แต่คนจำนวนหนึ่งกลับต้องอยู่แถวหน้าตลอดเวลา เพื่อบันทึกฉากสำคัญชนิดวินาทีต่อวินาทีหวังเพียงส่งต่อความจริงให้กับผู้อ่านผู้ชมมากที่สุด คนกลุ่มนั้นก็คือช่างภาพข่าวที่หนึ่งในนั้นคือช่างภาพนิ่งหนังสือพิมพ์แต่ความเปลี่ยนแปลง ที่ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นดั่งหม้อข้าวของช่างภาพนิ่ง กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยโดยมีสื่อออนไลน์เข้ามาแทนที่ก็เป็นปัจจัยที่บีบบังคับกลายๆ ให้ช่างภาพเหล่านั้น ต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด ราชดำเนิน ไปพูดคุยกับ 3 ช่างภาพ เพื่อทำความเข้าใจ ทั้งแง่มุมการใช้ชีวิต การทำงาน ทัศนคติ ประสบการณ์ รวมถึงวิธีการปรับตัวเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงที่ช่างภาพนิ่งหนังสือพิมพ์ไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

กองทุนเพื่อเพื่อน for friends ของชมรมช่างภาพการเมือง เกิดขึ้นภายหลัง ช่างภาพเครือเนชั่นรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ถ่ายภาพเหตุทหารปะทะกับคนเสื้อแดงบริเวณถนนราชปรารภ เมื่อกลางปี 2553 โดยมีฉลาด จันทร์เดชหรือน้าหลาด มติชน ในฐานะประธานชมรมช่างภาพการเมือง เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ การชุมนุมทางการเมืองครั้งนั้น “ช่างภาพนิ่ง” หลายคนต้องไปปฏิบัติหน้าที่อยู่แถวหน้า โดยต่างคนต่างรู้แก่ใจว่ามีความเสี่ยงจะเกิดเหตุไม่คาดคิดกับตนได้ทุกเมื่อ ฉลาด เล่าว่า หลังเหตุการณ์ 10 เม.ย.2553 เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่า มีการใช้อาวุธตอบโต้กัน แม้เราจะทำงานกับทหาร แต่ก็รู้ว่ามีความเสี่ยงสูง จึงมีการร้องขออุปกรณ์อย่างเสื้อเกราะ หมวกป้องกันศีรษะจากต้นสังกัด ซึ่งพวกเขาก็ยินดีจัดให้ พอกลางเดือน พ.ค.2553 เมื่อปฏิบัติการกระชับพื้นที่เริ่มต้น ก็มีการใช้อาวุธหนักยิงเข้าใส่กัน ทั้งปืน-ระเบิด

การเป็นช่างภาพเป็นอาชีพที่ต้องมีการลงทุนเรื่องอุปกรณ์

6

การสร้างสรรค์ภาพถ่ายเป็นการทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ถ้ามอบภาพถ่ายให้โดยไม่คิดมูลค่า หรือทุ่มเวลาอธิบายตอบกลับการขอใช้ภาพถ่ายฟรีๆ มากเกินไป คงไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้เหตุผลที่ฮิตที่สุดของการขอใช้ภาพฟรี คือ ไม่มีงบประมาณ ส่วนใหญ่ที่เจอ คำขอพวกนี้มักจากมาจากองค์กรที่มีเงินอยู่ในมือมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน, หน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่ง NGOs ถ้าตั้งใจไล่ดูกันจริงๆ จะเห็นว่าองค์กรเหล่านี้มีงบประมาณ และเงินทุนเกินพอที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้ช่างภาพอย่างเหมาะสม ถ้าพวกเขาเลือกที่จะจ่าย ที่แย่ไปกว่านั้น เราเคยเห็นมาคือ ส่วนงานอื่นๆ ในโครงการเดียวกัน ได้รับค่าจ้างจากองค์กร มีเพียงช่างภาพเท่านั้นที่ถูกขอให้ทำงานฟรี ลองมองภาพตามแล้ว ท่านจะเข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่มีคนพูดว่า “ไม่มีงบประมาณ” จึงรู้สึกเหมือนโดนดูถูก การอ้างว่าไม่มีงบประมาณ จึงเหมือนเป็นการพูดกลบเกลื่อน เพื่อซ่อนความจริง เพื่อจะเอาเปรียบคนที่รู้ไม่เท่าทัน

การเป็นช่างภาพไม่ได้เป็นอาชีพทำเงินที่ดีนัก ยกเว้นช่างภาพบางสาขา เลือกที่จะทำอาชีพนี้เพราะรักในการสื่อสารผ่านภาพถ่าย รักในศิลปะการถ่ายภาพ ในสาขาที่แตกต่างกันไปตามแต่ละคนถนัด ไม่กี่ปี ที่ผ่านมา รูปภาพมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมาพร้อมกับการลดงบประมาณของผู้ซื้อ นั่นหมายถึงรายได้จากการขายภาพของก็ยิ่งลดลงไปอีก นอกจากนั้นช่างภาพเป็นอาชีพที่มี การลงทุน และ ค่าใช้จ่ายสูงต้องใช้อุปกรณ์ในการทำงาน ต้องซื้อกล้อง, เลนส์, คอมพิวเตอร์, โปรแกรม, ฮาร์ดดิสค์เก็บภาพ และอื่นๆ ที่จำเป็น ของเหล่านี้มีวันเสียและต้องซ่อม ต้องคอย back up ภาพ ถ้าหากพลาดทำน้ำแก้วหนึ่งหกใส่อาจทำให้งานที่สะสมมาหลายปีหายไปในชั่วพริบตา สำหรับช่างภาพอาชีพ การลงทุนซื้ออุปกรณ์และโปรแกรมที่เหมาะสมหมายถึงเงินหลายหมื่นบาทต่อปี ต้องคอยอัพเดทอุปกรณ์ให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องการเดินทางก็เป็นอีกปัจจัย ถ้าไม่มีการเดินทางก็ไม่มีภาพจากสถานที่ต่างๆ  การท่องเที่ยวจึงเป็นหัวใจสำคัญของอาชีพต้องใช้จ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก และอื่นๆ และที่สำคัญที่สุด ต้องรวมการทุ่มเทเวลา และชีวิตอย่างที่ทำ เพื่อฝึกฝนทักษะจนกลายเป็นช่างภาพอาชีพเต็มตัว การถ่ายรูปจึงเป็นมากกว่าการกดชัตเตอร์มันต้องใช้ทักษะประสบการณ์และการตัดสินใจ สรุปคือ ถึงแม้จะเข้าใจและเห็นใจในโครงการที่ไม่มีงบประมาณ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถให้ภาพฟรีได้กับทุกคนที่ขอมา

ประสบการณ์และการหาโอกาสการเป็นช่างภาพอิสระ

ประสบการณ์และการหาโอกาสการเป็นช่างภาพอิสระ

ช่างภาพ หรือ ช่างถ่ายภาพ คือบุคคลที่มีความชำนาญในการถ่ายภาพโดยใช้กล้อง อาจจัดได้ว่าเป็นศิลปิน เนื่องจากช่างภาพสามารถจัดวางองค์ประกอบ ที่จะปรากฏในรูปภาพก่อนลงมือถ่าย คล้ายกับวิธีของศิลปินวาดภาพทั่วไป แต่เป็นศิลปินที่วาดภาพด้วยแสง หรืออาจจะจัดเป็นเพียงแค่ช่างผู้มีความชำนาญเท่านั้น ช่างภาพจำเป็นต้องเข้าใจแสงและองค์ประกอบจึงจะสามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงามได้ ซึ่งจะเกี่ยวกับทฤษฎีของแสงในฟิสิกส์โดยตรง แต่ช่างภาพนำคุณสมบัติของแสงมาประยุกต์ใช้ให้เป็นศิลปะได้ อาจมีวิธีในการนำเสนองานของตนที่แตกต่างกันไปตามความคิดและจินตนาการของตน ซึ่งผลงานนั้นอาจไม่ถูกต้องหรือสวยงามตามมุมมองของคนทั่วไป เรื่องจริงที่โหดร้ายเรื่องหนึ่งก็คือ หน้าใหม่ในทุกธุรกิจนั้นมักจะ “หาลูกค้าได้ยากมาก” ซึ่งความยากนี้มักเกิดจากการที่ลูกค้าเองก็ไม่รู้จักปอน ยังไม่เชื่อในฝีมือ (ไม่เคยเห็นผลงาน) ของเขา และไม่รู้ด้วยจะเข้าถึงปอนได้อย่างไร เมื่อเรามองจาก Business Model Canvas การแก้ปัญหานี้ด้วยการพยายามตอบคำถามในช่องที่เขียนว่าช่องทาง จึงน่าจะช่วยช่างภาพคนนี้ให้แก้ปัญหานี้ได้ดีมากขึ้น จากแต่เดิมที่เคยหาลูกค้าจากคนรู้จักและอาศัยกลยุทธ์การบอกต่อแบบปากต่อปากเท่านั้น

ในขณะที่เราพบจุดอ่อนและนำออกไปได้แล้ว เราสามารถเพิ่มจุดแข็งของเราให้มากขึ้นได้อีกด้วย ด้วยการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง การให้ที่มากกว่าภาพถ่าย นอกจากภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวได้แล้ว การจะทำให้ธุรกิจแตกต่างจากคนอื่นได้มากขึ้นไปอีกด้วย เช่น การเพิ่มบริการปรับแต่งภาพ สี เป็นแนวอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกเหนือไปจากการส่งมอบภาพต้นฉบับให้เพียงอย่างเดียว อาจเสริมบริการอัดภาพให้ฟรี ส่งไปรษณีย์ไปถึงลูกค้า หรือทำวีดีโอรวมภาพเพิ่มเติมให้ลูกค้า (ความจริงคือรวมค่าบริการนี้เหล่านี้ในแพ็คเกจไปแล้ว) แต่สิ่งสำคัญที่ช่างภาพลืมไม่ได้เลย เนื่องจากงานที่เราทำถือเป็นงานบริการอย่างหนึ่ง คนที่เป็นช่างภาพต้องทำตัวให้ได้ใจ การพูดจากับลูกค้าทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์ สีหน้าท่าทาง การวางตัว การตรงต่อเวลา มีสมาธิ ใส่ใจกับงานตรงหน้า บริการด้วยใจ หรืออื่นๆ ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าที่ว่าจ้างเรานั้นประทับใจ ในความเป็นจริง ในการพิจารณาจุดแข็งจุดด้อยของแต่ละบุคคลใน Business Model Canvas นั้นยังสามารถดูรายละเอียดในช่องอื่นๆ ได้อีก แต่จากการพิจารณาเบื้องต้นเพียงเท่านี้ ช่างภาพอิสระหน้าใหม่รายนี้ก็จะค้นพบช่องทางและจุดขายใหม่ๆ ในตลาดการรับจ้างถ่ายภาพ รวมทั้งแก้ปัญหาที่มีอยู่เบื้องต้นได้ในระดับหนึ่งแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะคุณเองก็ทำได้เช่นกัน